MS in Newspaper : เดลินิวส์

Print Friendly, PDF & Email

“ศวิตา เศรษฐาภรณ์” ยึดคำสอนพ่อแม่…ทำผิดดีกว่าไม่ทำอะไรเลย | เดลินิวส์
„รุ่นใหม่ไฟแรง “ศวิตา เศรษฐาภรณ์” ยึดคำสอนพ่อแม่…ทำผิดดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ความรู้ความสามารถที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากเมย์เลือกเรียนปริญญาตรี คณะมาร์เก็ตติ้ง แอนด์ รีเทล ซัพพลาย เชน แมเนจเม้นท์ ที่แบ็บสัน คอลเลจ สหรัฐอเมริกา วันพฤหัสที่ 15 พฤษภาคม 2557 เวลา 0:00 น. รู้จักกล้าลงมือทำและใช้ความเป็นเด็กเรียนรู้งานจากผู้ใหญ่ ทำให้ “เมย์-ศวิตา เศรษฐาภรณ์” เป็นอีกหนึ่งสาวรุ่นใหม่ไฟแรง ในวัยเพียง 24 ปี เป็นทั้งผู้จัดการทั่วไปให้ “บรีโอนี” แบรนด์เสื้อผ้าสุภาพบุรุษจากอิตาลี เป็นเจ้าของบล็อก “เอ็มเอสแฮปปี้ไดเอท (MS’Happy Diet)” ทางอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก รวมถึงคิดค้นและผลิตขนมขบเคี้ยวออแกนิกที่ีดีต่อสุขภาพภายใต้ชื่อ “พริซ” (PRIZ) ความรู้ความสามารถที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากเมย์เลือกเรียนปริญญาตรี คณะมาร์เก็ตติ้ง แอนด์ รีเทล ซัพพลาย เชน แมเนจเม้นท์ ที่แบ็บสัน คอลเลจ สหรัฐอเมริกา ทำให้กลายเป็นคนที่ชอบคิดค้นทำอะไรใหม่ ๆ หลังเรียนจบและกลับประเทศไทยในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งอยู่ในช่วงนํ้าท่วมหนัก เมย์นำเงินไปลงทุนทำคุกกี้ขายในชื่อ “คุกกี้คนใจบุญ” นำรายได้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้เดือนละกว่าสามแสนบาท โดยเริ่มจากนำคุกกี้ไปขายให้คนรู้จัก ทำวิดีโอลงยูทูบและเขียนอีเมลให้เพื่อนช่วยส่งต่อกัน การลงมือทำคุกกี้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทำให้ค้นพบว่าตัวเองชอบงานด้านการตลาด และการสร้างแบรนด์มากกว่างานด้านการผลิต ต่อมามีโอกาสทำงานที่ตัวเองสนใจกับโปรเจคท์เปิดแบรนด์บรีโอนีในประเทศไทย เมย์เล่าถึงที่มาว่า คุณลี นักธุรกิจชาวพม่าที่อยู่เมืองไทยมาเป็นเวลานานเป็นพ่อของรุ่นพี่ที่จบมาจากมหา วิทยาลัยเดียวกัน ต้องการนำเข้าเสื้อผ้าแบรนด์บรีโอนีจากอิตาลีมาเปิดในเมืองไทย จึงให้โอกาสเมย์ร่วมทำงานเพราะไว้ใจและคุยกันถูกคอ เริ่มตั้งแต่ส่งไปเซ็นสัญญาที่อิตาลี สั่งซื้อสินค้า ดูรูปแบบร้าน ฝึกฝ่ายขาย ซึ่งเมย์บอกสาเหตุที่รับงานนี้ว่าเพราะ ต้องการเรียนรู้งานจากคุณลี เนื่องจากเป็นนักธุรกิจที่เก่งและมองการณ์ไกล ตอนที่เดินทางไปเซ็นสัญญาที่อิตาลี คนอิตาลีเองก็ลังเลใจเพราะเห็นว่าเมย์ยังเด็กแต่ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจึงทำงานลุล่วงมาเรื่อย ๆ จนปิดแบรนด์บรีโอนีสำเร็จ ที่เกษรพลาซ่า เมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว นอกจากงานผู้จัดการทั่วไปแบรนด์บริโอนี เมย์สวมบทบาทบล็อกเกอร์ตั้งเพจเอ็มเอสแฮปปี้ไดเอท (MS’Happy Diet) ในอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก เพื่อแบ่งปันวิธีการรักษาหุ่นและการลดนํ้าหนักแบบยั่งยืนโดยการกินและใช้ชีวิตให้ถูกวิธี แทนการอดอาหารหรือโหมออกกำลังกายอย่างหนัก และแสดงให้เห็นว่าการกินอาหารสุขภาพไม่ได้เป็นเรื่องน่าเบื่อ หรือเป็นเรื่องของผู้ที่อายุมากแล้วเท่านั้น รวมถึงสอดแทรกแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตด้วย หลังเปิดเพจได้เพียงหนึ่งปีมียอดผู้ติดตามกว่าหนึ่งหมื่นคนได้ตีพิมพ์ในนิตยสารคลีโอและดิฉัน และได้รับการแนะนำจากสถาบันทางการแพทย์อย่าง รพ.สมิติเวช ด้วย ขณะเดียวกันเมย์คิดค้นทำขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ “พริซ” ที่มีคุณประโยชน์เพราะทำมาจากข้าวผ่านกรรมวิธีอบกรอบจึงดีต่อสุขภาพและไม่ทำให้อ้วน นอกจากทำเพื่อผู้บริโภคได้กินขนมที่ดีต่อสุขภาพแล้ว ยังมีเป้าหมายจะส่งออกพริซเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมการปลูกข้าวของชาวนาด้วย ปัจจุบันพริซมีสินค้า 2 รูปแบบ คือ แครกเกอร์ข้าวออแกนิกและข้าวอบกรอบรสชีส, ต้มยำและสาหร่าย วางจำหน่ายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตในเค วิลเลจ, เลมอนฟาร์ม และผ่านช่องทางอินสตาแกรมและเฟซบุ๊ก กับบทบาทที่ต้องเป็นทั้งลูกจ้างและเจ้าของกิจการเมย์บอกว่า ไม่กลัวที่จะทำอะไรใหม่ ๆ เพราะคุณพ่อคุณแม่สอนว่าเมื่อเกิดมาแล้วต้องทำทุกอย่างให้เต็มที่ คนที่ทำผิดดีกว่าคนที่ไม่ยอมทำอะไรเลย แม้อายุยังน้อยแต่ใช้ความเป็นเด็กให้เป็นประโยชน์ในการเรียนรู้ และขอคำแนะนำจากผู้ใหญ่ ส่วนเป้าหมายในชีวิตอีกอย่างคือการเป็นวิทยากรสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กตามโรงเรียน เพราะเด็กคือรากฐานสำคัญของประเทศ หากเด็กเติบโต ขึ้นอย่างมีคุณภาพจะช่วยประเทศพัฒนามากขึ้น.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/article/237410

Leave a Reply