Review คอร์ส 4 วัน 3 คืน ธรรมชาติบำบัด

เมย์ได้ทดลองการดูแลตัวเองแบบธรรมชาติบำบัดมา 27 วันแล้วค่ะ! จนถึงเมื่อวานที่เมย์ทานเพียงแค่ผลไม้สดทั้งวัน มีวันนี้ที่ได้เพิ่มผักสดและโปรตีนจากถั่วเขียวเพาะงอกเข้ามา ทั้งหมด 27 วัน เมย์น้ำหนักลดไปเกือบ 7 กิโล! แต่ขอบอกก่อนว่านี่เป็นครั้งแรกที่เมย์ได้ทดลองอะไรแล้วไม่ได้มีความตั้งใจจะลดน้ำหนักเลยยยยยยย แต่ดั้นนนน ลดลงมาเท่า 10 ปีที่แล้ว หรือมากกว่า คือเอากระโปรงที่ตัดไว้ตั้งแต่มัธยมมาใส่ได้ คิดว่าลงเยอะไปหน่อย แต่จะอ้วนจะผอมนั้นไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าสุขภาพเราดีก็พอ

Description

Print Friendly, PDF & Email

ทำไมเมย์ถึงได้เริ่มศึกษาธรรมชาติบำบัด?


เพราะตั้งแต่เริ่มทำ MSHAPPYDIET มา 5 ปี เมย์ได้แต่ศึกษาทฤษฎีต่างประเทศ ทำอาหารแนวตปท. กินแต่ super foods ตปท. แล้ววันนึงรู้สึกว่าของไทยเรามีดีตั้งเยอะ แถมน่าจะเหมาะกับสภาพร่างกายเรามากกว่าเลยเริ่มศึกษาเกี่ยวกับสมุนไพรและแพทย์แผนไทย จนวันนึงได้เจอพี่ยุ้ย ที่ได้ร่วมโครงการ OH! NO SUGAR CHALLENGE ของเมย์ แนะนำให้ไปลองเข้าคอร์สธรรมชาติบำบัดที่สเถียรธรรมสถานของแม่อู่ ชัญญา เศรษฐบุตร ไปแล้วชอบมากเลยลองทำดู ยิ่งทำ ยิ่งติดใจค่ะ

ธรรมชาติบำบัดคืออะไร?


คือการดูแลและรักษาตัวเองด้วยสิ่งรอบตัวที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่นดิน น้ำ อากาศ ไฟ และอาหารเช่นผืช ผัก ผลไม้ โดยจะเน้นการใช้พลังสด หรือพลังชีวิตจากธรรมชาติเพื่อเยียวยารักษาร่างกาย (ผักที่เพิ่งเก็บมีพลังชีวิตมากกว่าผักแช่แข็ง)

ทำไมธรรมชาติบำบัดรักษาได้ทุกโรคแต่ไม่ทุกคน?


เพราะวิธีนี้ต้องใช้แรงใจเป็นที่หนึ่ง การรักษาด้วยธรรมชาติบำบัดต้องใช้เวลาในการขับพิษออก ไม่เหมือนการทานยา แต่การรักษาแบบธรรมชาติบำบัดจะขับพิษออกไปแล้วออกเลย ไม่เหมือนยาที่จะเป็นการกดอาการ ไม่ได้รักษาโรค ทานเข้าไป ส่วนนี้หาย แต่ยาจะไปเป็นภาระแก่ส่วนอื่น

ธรรมชาติบำบัด ทำยังไง?


ธรรมชาติบำบัดเน้นเรื่องการขับสารพิษออกจากร่างกาย ไม่ว่าจะพิษจากอาหาร อารมณ์ ความเจ็บป่วย ที่สำคัญ ไม่ได้มีแค่เรื่องการกิน แต่รวมไปถึงการดูแลจิตใจ เพราะความเครียดและการจิตตกมีผลต่อสุขภาพมากกว่าเชื้อโรคซะอีก เพราะฉะนั้น การมีจิตใจเข้มแข็ง พร้อมที่จะสู้ ความศรัทธาและความรักในร่างกายตัวเองว่าเรามีความสามารถในการเยียวยา และความเชื่อมั่นในพลังธรรมชาตินั้นสำคัญมาก คุณครูของเมย์พูดเสมอว่าหากจะเลือกทางนี้ต้องไม่เครียด หากเครียดอย่าทำ ส่วนเรื่องการกิน โดยมากจะเน้นอาหารพลังสด และอาหารที่มีฤทธิ์เย็น เพราะเหตุผลที่คนส่วนมากป่วยเป็นเพราะร่างกายร้อนเกินไป (ความเครียด อาหารแปรรูป ยา มลพิษ เป็นตัวอย่างของสิ่งที่ทำให้ร่างกายร้อน)

ทำไมคนเราถึงป่วย


ร่างกายเราเป็นอะไรที่ฉลาดมาก เขามีวิธีที่จะขับพิษออกจากร่างกายเราตลอดเวลา ในชีวิตปกติ ร่างกายจะขับพิษทางการหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะ อุจจาระ และประจำเดือน แต่หากเรามีสิ่งแปลกปลอม หรืออะไรที่เป็นพิษต่อร่างกายมาก เขาจะมีการขับพิษพิเศษด้วยการ ไอ จาม น้ำมูกไหล อาเจียน ท้องเสีย เป็นไข้ ฝี สิว ผื่นคัน ตกขาว ฯลฯ หากเราปล่อยให้ร่างกายเราได้ขับพิษและเยียวยาตัวเอง พิษจะไม่สะสมและไม่เป็นโรค แต่ด้วยความใจร้อนของคนสมัยนี้ที่ละเลยการฟังเสียงร่างกายตัวเองเวลาเขาจะเตือนว่าเราใช้ชีวิตผิดแล้วนะ กินผิดแล้วนะ หักโหมเกินไปแล้วนะ แทนที่เราจะพักและให้ร่างกายได้เยียวยา เรากลับไปกิน หรือทานยาเพื่อระงับอาการและโหมทำลายร่างกายเราต่อไป เมื่อพิษสะสม ร่างกายเริ่มอักเสบ พออักเสบเรื้อรังก็กลายเป็นโรค ไม่ว่าจะโรคกระเพาะ ไมเกรน ต้อ ไต เบาหวาน หรือมะเร็ง

อย่างที่บอกว่าเมย์ไม่ได้คิดจะลดน้ำหนักจากการธรรมชาติบำบัดเลยยยย แต่น้ำหนักดั้นนน ลดลงมาถึงเกือบ 7 กิโล (ซึ่งเยอะไปหน่อย) แต่แน่นอน เมื่อกลับไปทานอาหารปกติ น้ำหนักต้องกลับขึ้นมาบ้างอยู่แล้ว เมย์ไม่อยากให้เพื่อนๆยึดติดกับน้ำหนัก หากเราดูแลร่างกายเราดี ทานอาหารดี ไม่เครียด น้ำหนักที่เราได้ คือน้ำหนักที่เหมาะสมกับตัวเรา จะอ้วน จะผอม ไม่ใช่เรื่องสำคัญ สุขภาพที่ดีคือสิ่งที่สำคัญที่สุดต่างหาก หากคิดว่าตัวเองอ้วนไป ลองกลับไปดูว่าสิ่งที่เรากิน วิธีการใช้ชีวิต มันเป็นเหตุที่ทำให้เราอ้วนรึเปล่า ถ้าใช่ ก็ปรับซะ ง่ายๆแค่นี้เอง ใครติดเครื่องชั่ง เมย์ขอแนะนำให้เลิกชั่ง มีช่วงที่เมย์ชั่งน้ำหนักทุกเช้าแล้วเกิดความกังวลโดยไม่รู้ตัว ที่สำคัญ ความเครียดทำให้อ้วน! ลองเลิกชั่งแล้วใช้ชุดหรือกางเกงฟิตๆเป็นตัววัด ตั้งแต่เลิกชั่งน้ำหนัก ชีวิตเบา ชิวขึ้นเยอะ แถมน้ำหนักลงโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ

ก่อนไปตอบคำถามที่ข้างไว้ เมย์ดีใจที่เห็นเพื่อนๆหลายคนสนใจอยากทำบ้าง แต่อยากแนะนำว่าหากจะทำการปรับสมดุลด้วยการทานผักผลไม้สดอย่างเดียว 1 เดือนแบบที่เมย์ทำควรมีผู้เชี่ยวชาญดูแลหรือไม่ก็ต้องศึกษาให้ดีมากก่อน ไม่งั้นเวลาร่างกายขับพิษเก่าๆออกมา หากรับไม่ไหว แล้วไปกินยา เราจะได้ผลร้ายมากกว่าผลดี เมย์แนะนำให้เพื่อนๆลองทานตาม OH! NO SUGAR CHALLENGE (www.facebook.com/groups/ohnosugarbymshappydiet) ที่เมย์จะชวนเพื่อนๆมาทำพร้อมกันวันจันทร์ที่ 4 ก.ย. นี้ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับสมดุลในระดับนึงก่อน รับรอง ง่ายกว่าแบบนี้เยอะ นั่นก็เป็นการ detox และถอนพิษในระดับนึงแล้ว แต่หากใครอยากให้ร่างกายได้พักมากกว่านั้น เมย์แนะนำให้ทำการ detox ด้วยการทานผลไม้ฤทธิ์เย็น 1 อย่างทั้งวัน หรือ จะมื้อละอย่าง หรือจะทานแค่น้ำมะพร้าวอย่างเดียวทั้งวัน แค่ 1 วันต่ออาทิตย์ก็ดีแล้วค่ะ
ที่สำคัญ เมย์ต้องขออกตัวก่อนว่าเมย์เป็นเพียงคนที่เพิ่งเริ่มลองปฏิบัติและมาแชร์ประสบการณ์ของตัวเอง ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น สำคัญสุดคือต้องคอยสังเกตุว่าอะไรเหมาะและไม่เหมาะกับร่างกายเรานะคะ 

 

วันแรกในคอร์สธรรมชาติบำบัด 


เมย์เข้าไปในคอร์สธรรมชาติบำบัดด้วยความ blank มากกกก รู้แค่ว่าอาจจะต้องทานผลไม้ทั้งวัน ซึ่งในหัวก็คิดไปแล้วว่า โหหหห น้ำตาลไม่สูงแย่เหรอ จะขาดโปรตีนไหมมม ชั้นเคยทานเกือบเจ เลือดจางเลยนะ และบลาๆๆๆ ไปวันแรก แม่อู่ ซึ่งก็คือคุณครูของเมย์จะมีการตรวจร่างกายทุกคน (มีประมาณ 35 คน) ตรวจตั้งแต่ 4 โมงกว่าจนเลยเที่ยงคืนนน แต่ละเคสนี่ หนักมากกก มีทั้งมะเร็ง เนื้องอก เบาหวาน ไต ต้อ อัมพฤกษ์ และอื่นๆ พอมาถึงคิวเมย์ซึ่งเป็นคิวท้ายๆเพราะไม่ได้เป็นโรค แม่อู่ถาม เป็นอะไร เมย์ก็บอกเออ…. จริงๆแล้วหนูแค่อยากมาศึกษาค่ะ…อ้อ เมื่อก่อนหนูชอบปวดหัว แต่ตอนนีดีขึ้นแล้ว อ้อแต่หนูเป็นภูมิแพ้อาหารแฟงหลายอย่างเลย ชอบท้องอืด อ้อ! และนี่ๆๆค่ะ อยู่ๆกระขึ้นมือ มาจากไหนไม่รู้ค่ะ มันอาจจะเป็นเพราะ บลาๆๆได้ไหมคะ แม่อู่บอกไหนนน ไม่เห็นมีอะไรที่มือเลย แต่แม่ก็ตาไม่ค่อยดีด้วยแหละมั้ง หันไปดูเพื่อนๆแต่ละคนซิ หนักๆทั้งนั้นเลย น้องอันที่นั่งอยู่ข้างๆแม่อู่แอบขำ ว่านี่แน่ๆเลย เป็นโรคชอบหาโรค แม่อู่อมยิ้มแล้วบอกว่า 4 วันนี้ หนูลองทำตัวเป็นเด็ก 5 ขวบน้า ใช้ใจคิด ใช้ใจถาม ใช้ใจคุยกับตัวเอง ไม่ใช่สมอง แล้วหนูลองทำตามวิธีธรรมชาติบำบัดดู แค่ 4 วัน หากชอบก็ทำต่อ หากไม่ใช่แนวก็ไม่ต้องทำ

วันๆเมย์กินอะไร และต้องทำกิจกรรมอะไรบ้าง


ได้ยินแม่อู่บอกว่าให้ทำตัวเป็นเด็ก 5 ขวบ เมย์ก็เอาไงเอากัน ไหนๆก็จะมานอนอยู่นี่ตั้ง 4 วัน เต็มที่แค่ 4 วัน ออกไปก็ได้ทานปกติแล้ว หารู้ไม่ การปฏิบัติจริงๆมันประมาณ 3 เดือน!!! อยู่ที่นั่น 4 วันก็ง่ายมาก ได้กิน 3 มื้อ ทุกมื้อเลือกผลไม้ฤทธิ์เย็น 1 ชนิด ทานได้จนอิ่ม แต่ไม่ควรอิ่มมากจนจุก ยกเว้นคนที่เป็นโรคไต หรือเบาหวาน จะได้ทานผักสดแทน ภายใน 4 วันจะมีวันนึงที่เราได้ทดลองการฟาส (fasting) ด้วยน้ำมะพร้าว คือทั้งวันทานได้แต่น้ำมะพร้าว ไม่เกิน 5 ลูก หากเป็นโรคไตหรือเบาหวาน รู้สึกจะไม่ได้ทำ
สิ่งที่เราต้องทำประจำวันคือตื่นมา detox พอตี 4:30 มีสวดมนต์ทำวัดเช้า หลังจากนั้นก็ไปทานน้ำหยวกกล้วยปรับสมดุล แกว่งแขน ฝึกโยคะแบบเบาๆ ตามด้วยการล้างตา จมูก คอ และดมกระเพา จากนั้นคือมื้อเช้า ตามด้วยฟังแม่อู่สอน เสร็จแล้วก็มื้อเที่ยง ตามด้วยฟังแม่อู่สอน และช่วงประมาณ 3-4 โมงจะมีการแช่มือ เท้า สะโพก หลัง พอกโคลน เข้ากระโจมเพื่ออบตัว จากนั้นก็อาบน้ำ ทานมื้อเย็น สวดมนต์ ตามด้วยกิจกรรมในคืนนั้น และเข้านอน
พอจบคอร์ส ทุกคนจะได้คำแนะนำพื้นทานคือให้ทานผลไม้ฤทธิ์เย็นต่อจนครบ 28 วัน ระหว่างนั้นให้สังเกตุร่างกายว่าเย็นไปไหม ปรับเป็นยังไงบ้าง ฯลฯ
ของเมย์ เนื่องจากไม่ได้เป็นโรค แม่อู่บอกให้ลองทีละ 7 วันว่าไหวไหม แต่จริงๆ 28 วันคือประมาณวันที่ร่างกายผลัดเซลล์ใหญ่ แต่จริงๆร่างกายเรามีการผลัดเซลล์ทุกวัน

พอกลับมาบ้าน 

อยู่ที่นั่น เมย์รู้สึกดีและคิดว่าร่างกายเราวิเศษมาก ได้ฝึกฟังเสียงร่างกายตัวเอง ที่สำคัญ ได้ฝึกการใช้ใจ ยิ่งทำยิ่งคิดว่าแนวนี้น่าสนใจ ด้วยความอยากรู้ เมย์เลยลองทำต่อ ทำมาจนถึงวันนี้ เป็นวันที่ 28 อาทิตย์ที่แล้วมีการคุยกับแม่อู่ แม่อู่ให้เริ่มปรับกลับมาทานอาหารปกติ แต่ต้องค่อยๆเพราะเดี๋ยวท้องไม่ชิน โดยเริ่มจากการทานผักสด 1 มื้อ ผลไม้ 2 มื้อ และอาทิตย์หน้าค่อยทานพวกผัก ถั่ว และธัญพืชปรุงสุกได้ นอกจากเรื่องอาหาร เมย์ยังได้มีการทำ detox ล้างตา คอ จมูก ตากแดด แช่เท้า สะโพก และหลังเมื่อมีเวลาว่าง

เมย์มีอาการขับพิษอย่างไรบ้าง

ขนาดเมย์ไม่ได้เป็นโรค และทำ OH! NO SUGAR CHALLENGE มาหลายรอบแล้ว เมย์ยังมีอาการปวดหัวอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์กว่า เนื่องจากว่าเมื่อก่อนเมย์มีปัญหาเครียด ไม่ปล่อยวาง และตอน detox สิ่งที่เห็นได้จากตอนที่ถ่ายค่อนข้างน่าสนใจ เมย์จะมีเมือกขาวๆ หรือบางทีเป็นสีดำ ทั้งๆที่ไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากผลไม้ หรือน้ำมะพร้าว แม่อู่บอกว่ามันเป็นเหมือนการลอกสีบ้าน อะไรที่ร่างกายไม่ได้นำไปใช้ หรือถขับออกมา สิ่งที่มันข้างไว้ ซึ่งเมือกดำๆคือยาที่เมื่อก่อนเมย์ทาน บ้านเมย์นี่ สายยาเลยค่ะ จะเป็นหวัด ท้องผูก ปวดหัว ท้องอืด มียาหมด หรือจะไปเที่ยวก็แอบทานยาเลื่อนประจำเดือนอยู่หลายที ส่วนเมือกขาว บางคนก็บอกมาจากการที่เมย์ชอบทานนม ชีส เนยรึเปล่า ซึ่งก็ใช่เลย เมื่อก่อนนี่ จัดเต็ม เค้กทุกวัน นมนี่เด็กๆดื่มวันละเป็นแพ็ค ซึ่งเมย์มีผื่นที่แขนตั้งแต่เด็ก ทายาที่มีสเตียรอยด์มานานหลายปี พอดื่มนมน้อยลงตอนทำ MSHAPPYDIET พื่นก็หายไปเอง


หากอยากทำ เพื่อนๆลองเองที่บ้านได้ไหม?

เหตุผลที่เมย์ย้ำว่าเพื่อนๆไม่ควรลองทานแต่ผลไม้เอง 28 วันเพราะขนาดเมย์ทานคลีน ค่อยๆปรับร่างกาย ล้างพิษมาเกือบ 5 ปี เมย์ยังมีอาการแบบนี้ ซึ่งถือว่าเบามากกก เมย์เห็นเพื่อนที่ป่วยเป็นโรคอื่นเช่นไมเกรน อาเจียรวันละ 2 รอบ บางคนสิว และผื่นขึ้นหน้า เห็นแล้วตกใจมาก ซึ่งหากได้อ่านโพสท์เมื่อวานจะเข้าใจว่าอาการเหล่านี้คือการขับพิษ เราต้องรับมืออาการเหล่านี้ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ทานยา เพราะฉะนั้นก่อนที่เพื่อนๆจะปฏิบัติ ควรศึกษาให้เข้าใจ หรือมีผู้ดูแล

ทำแล้วเมย์มีความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง

ผ่านมาแล้วประมาณ 30 วัน ที่ชัดเจนสุดๆคือน้ำหนักลงไปเกือบ 7 กิโลใน 1 เดือนแบบไม่ได้ตั้งใจ บอกแล้วว่าครั้งนี้ไม่ได้กะจะลดน้ำหนักเลยจริงๆ 7 กิโลนี่แอบเยอะไปหน่อย แบนไปหมด ทั้งหน้าท้อง หน้าอก และก้น  ได้ซื้อกางเกงใหม่กันเลยทีเดียว >< แต่สิ่งที่มีค่ากับเมย์มากกว่าน้ำหนักคือเมย์คือเรื่องของใจ เมย์ใจเย็นลงเยอะ ไม่หงุดหงิด (โดยเฉพาะเวลาขับรถหรือเวลาใครว่าเรื่องกิน) ที่สำคัญ เมย์รักร่างกายตัวเองและคิดว่าเขาวิเศษมาก ใช้ใจสังเกต และอ่อนโยนกับร่างกาย ฟังเสียงร่างกายเป็นโดยไม่ต้องไปเข้าคลีนิคเพื่อตรวจเลือดต่างๆ อีกอย่างคือรักสิ่งที่มีมากๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ระเบียงที่ไม่เคยใช้ สวนที่ไม่ค่อยได้ไปเหยียบ เมื่อก่อนคือ appreciate และดีใจรู้ว่าตัวเองโชคดีที่มีสิ่งเหล่านี้ แต่ตอนนี้มันคือความรู้สึกจากใจ ไม่ใช่ความรู้จากสมอง

 

กินแบบนี้ ไม่โหย ไม่อยากกินอย่างอื่นบ้างเหร

เอาจริงๆ 1 เดือนที่ผ่านมามันง่ายกว่าที่เมย์คิด ตอนแรกว่าจะลองแค่ 4 วัน เดี๋ยวก็ 7 วัน อะ 14 วัน แต่พอเลย 10 วันก็เลิกคิด enjoy กับการทานผลไม้มากกกก คิดว่าชีวิตมันง่ายมาก ไม่ต้องคิดว่าจะกินอะไรดี คิดแค่ตอนไปซื้อผลไม้ ซึ่งก็ถูกจำกัดด้วยผลไม้ฤทธิ์เย็นอยู่แล้ว เอาจริงๆ 1 เดือนที่ผ่านมาก เมย์มีน้ำลายสอแค่ครั้งเดียวตอนไปหัวหินแล้วเห็นสลัดที่เมย์ชอบมากกกก นอกนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อย่างเกาหลี ชาบู อาหารญี่ปุ่น ไก่ย่าง ส้มตำ ทำอะไรเมย์ไม่ได้เลยยย อาจเพราะเมย์ทานคลีนได้สบายอยู่แล้ว และเพราะผลไม้มีทั้ง texture กรุบกรอบ นุ่ม แข็งแถมมีรสหวาน หิวเมื่อไหร่ก็กินได้ ไม่ต้องอด ที่สำคัญ เมย์รู้ว่าเมย์ทำไปเพื่ออะไร และอาหารเหล่านี้เราก็กินมาแล้วทั้งนั้น หมดโปรแกรมนี้ หากอยากกินก็ไปกินอีกได้ ไม่มีใครบังคับ ต้องเข้าใจก่อนว่าที่เราทำแบบนี้มันเป็นสิ่งที่เราเลือกเอง ไม่มีใครบังคับ ทำด้วยความเข้าใจ สนุก และมีความสุข ใครมายั่วก็ยิ้มและปฏิเสธ ทำมาตั้งเป็น 10 วัน จะมาเสียแค่คำเดียว หรือมื้อเดียวทำไม เวลาถ่ายรายการ มีทั้งพาไปชิม และทำอาหาร เมย์ชิมและคายนะคะ (อธิบายให้กองเข้าใจ เขาก็ยินดี) เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะธรรมชาติบำบัดหรือ OH! NO SUGAR CHALLENGE มันคือแรงใจล้วนๆ

 

คนรอบข้างไม่ว่าเหรอ

โหหหหหหห ที่สุด! บอกก่อนเลย บ้านเมย์ไม่ใช่สายคลีน มีแต่คนถามว่าเมย์เป็นแบบนี้ได้ยังไง haha มีตั้งแต่แซว ขอร้อง และเหน็บแนม มีทั้งท้าให้ไปตรวจเลือด โดนบ่อยๆคือเธอขาดสารอาหารแน่ๆ ไปงมงายอะไรมา บางคนบอกที่เธอต้องกินแบบนี้เพราะเธอมีกรรม (คิดได้เนอะ haha) บ้างก็บอกว่าขอเถอะ ไม่ทำได้ไหม
แล้วเมย์ทำยังไง ก็ยิ้มและบอกว่าขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง ก่อนออกจากคอร์ส รู้อยู่แล้วว่าโดนแน่ๆ ทำใจไว้เลย แล้วก็อธิบายว่าไม่ได้ทำแบบนี้ไปตลอด หนูขอทดลองกับร่างกายหนู อย่างน้อยทุกอย่างที่กินล้วนเป็นของดีจากธรรมชาติทั้งนั้น ไม่ปรุงแต่ง และไม่ใช่ยา นอยด์สุดคืออาทิตย์แรกที่ออกมา ไปถ่ายรายการแล้วคนที่ร้านอาหารทำหน้าแบบเหยียดหยามนิดๆ บอกคุณเมย์น่าสงสารมาก เมย์รู้สึกแย่เลยปรึกษาแม่อู่ แม่อู่บอกว่าหากเราอธิบายให้เขาฟังด้วยความเมตตาและจิตใจที่บริสุทธิ์แล้ว เขาจะคิดหรือพูดอะไรก็เรื่องของเขา เราได้ทำหน้าที่เราแล้ว ซึ่งจริงมาก สามารถเอาไปปรับใช้กับเรื่องอื่นๆได้ด้วยค่ะ

 

กินแต่ผลไม้ ไม่ขาดสารอาหารเหรอ

แน่นอน ขาดทั้งไขมันดีและโปรตีน แต่เหตุผลที่เขาให้ทานผลไม้อย่างเดียวคือให้ร่างกายใช้พลังงานในการย่อยอาหารให้น้อยที่สุดและเอาแรงที่เหลือไปซ่อมแซมและบำรุงเซลล์และส่วนต่างๆของร่างกาย ที่สำคัญคือเราไม่ได้กินแบบนี้ตลอดไป ถึงแม้จะสบายแต่สำคัญมากที่เราจะไม่กินแต่ผลไม้อย่างเดียวตลอดไปเพราะจะขาดสารอาหาร!

น้ำตาลจะเยอะไปไหม

เพื่อนๆก็รู้ว่าเมย์ศึกษาเรื่องน้ำตาลมาเยอะ แน่นอน หากชีวิตปกติที่เราทานทุกสิ่งอย่าง เรากินแบบนี้ก็อาจมีปัญหา แต่ 30 วันที่ผ่านมาเมย์ไม่ได้ทานอะไรเลยนอกจากผลไม้ แหล่งพลังงานที่เมย์มีใช้ในชีวิตประจำวันคือน้ำตาลจากผลไม้ เพราะฉะนั้น เมย์คิดว่ามันโอเคมาก เราสามารถใช้หมดในหนึ่งวัน แต่คนที่เป็นโรคเบาหวานหรือไตก็ไม่อาจทานแบบนี้ได้ เขาต้องไปทานผักสดแทน

 

โปรตีนพอเหรอ กล้ามเนื้อหายไหม ระบบเผาผลาญจะพังรึเปล่า

แน่นอนว่าไม่พอและกล้ามเนื้อต้องมีการหายบ้าง แต่เมย์ลองวิดพื้นดูก็ยังพอได้ แต่ได้ไม่กี่ครั้ง ถามว่าเครียดไหม ไม่เลย เพราะเมย์คิดว่ากล้ามเนื้อสร้างใหม่ได้เสมอ ตอนนี้จุดประสงค์หลักของเมย์คือเพื่อล้างและ reboot เซลล์และระบบในร่างกาย (ถึงจะกินดีมาเกือบ 5 ปี แต่ก่อนหน้านั้นก็ไม่ใช่เล่น แถมตอนกินดีก็ไม่มีความพอดี กินหลายอย่างเยอะเกินไป เช่นอัลมอนด์ ยาแก้ปวด แก้หวัด แก้อักเสบก็มีทานบ้างมาตลอด) ส่วนระบบเผาผลาญจะพังไหม คิดว่าไม่เพราะไม่ได้อดอาหารเลย

 

มีแรงทำงานรึเปล่า ออกกำลังกายได้ไหม

มีแรงทำงาน ไปถ่ายรายการ ไปประชุม ใช้สมองเยอะ พูดเยอะ แต่รู้สึกคอแห้งเร็วกว่าเมื่อก่อน แม่อู่บอกการพูดก็ใช้พลังงานเยอะเหมือนกัน เซฟพลังตอนไหนได้ให้เซฟ เพราะร่างกายจะขับพิษเมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เมย์เลยไม่ได้ไปออกกำลังเลย ทั้งเดือนมีไปเทรน 2 ครั้ง ถ่ายรายการออกกำลัง 1 ครั้ง และว่ายน้ำครึ่งนึงของเมื่อก่อน 2 ครั้ง สรุปคือออกกำลังเบาๆอาทิตย์ละ 2 ครั้ง พวกคลาสปั่นจักรยาน ซุมบ้า งด

กินแต่พืชผักแบบนี้ มีเหี่ยว หรือโทรมบ้างไหม

อันนี้น่าสนใจมาก ว่าถึงจะผอม แต่หน้าไม่โทรมเลยยย แม่อู่บอกส่วนสำคัญคือน้ำมะพร้าวและน้ำย่านางที่กินทุกวัน ที่สำคัญคือผลไม้สด ที่ไม่แช่ตู้เย็น ซื้อทีละน้อยและปลอกสดๆเมื่อกิน เราจะได้รับพลังชีวิตจากธรรมชาติเยอะที่สุด


ศึกษาและลองมาตั้งเยอะ ทำไมเมย์ถึงชอบแนวทางนี้

เพราะรู้สึกว่ามันใช่! Haha ถึงแม้ในคอร์สเขาจะให้ใช้ใจทำไม่ให้ใช้สมองคิด แต่เมื่อแอบคิดดูแล้ว มันสามารถตอบได้ด้วยทฤษฎีต่างๆทางวิทยาศาสตร์ที่เมย์ได้ศึกษามา ที่สำคัญ ทำแล้วรู้สึกประหยัดมากกกกก ทุกอย่างเป็นของพื้นบ้านตามฤดูกาล อย่างย่านาง กำเบ่อเร่อ ทานได้ทั้งอาทิตย์ แค่กำละ 5-10 บาท ไม่ต้องทานวิตามินเสริม ไม่ต้องซื้อยาสมุนไพร ไม่ต้องไปนวด ไม่ต้องไปสปา relax ได้ด้วยการแช่น้ำ พอกโคลนที่บ้าน ซึ่งมันฟินและสบายมากกกก

โรคกระเพาะ office syndrome ภูมิแพ้เรื้อรัง ไมเกรน ฯลฯ สามารถรักษาได้ไหม

ธรรมชาติบำบัดรักษาได้ทุกโรค แต่ไม่ทุกคน เพราะสิ่งที่ใช้คือแรงใจล้วนๆ หากสนใจจริงๆเมย์แนะนำให้ไปเข้าคอร์ส หรือศึกษาเพิ่มตามข้อมูลข้างล่างเลยค่ะ


เพื่อนๆทำเองที่บ้านได้ไหม ถ้าไม่ เพราะอะไร 


อย่างที่เขียนไปในโพสท์ที่แล้วว่าเมย์ไม่แนะนำให้ทำเองเป็นเดือน หากอยากทำให้ fast ด้วยน้ำมะพร้าว 1 วัน หรือทานผลไม้ฤทธิ์เย็น 1 วัน หากอยากทำนานกว่านั้น เมย์แนะนำให้ทำ 14/28 DAYS OH! NO SUGAR CHALLENGE (facebook.com/groups/ohnosugarbymshappydiet/) ที่เราจะเริ่มพร้อมกันวันจันทร์ที่ 4 ก.ย. แค่ทำอันนี้ให้ได้ เพื่อนๆก็ได้ปรับสมดุลและล้างพิษในระดับนึงแล้ว เมย์ว่าเมย์ทำอันนี้ได้ไม่ยากเพราะเมย์ทำ ONS มาหลายรอบจนเป็นชีวิตประจำวันไปแล้วค่ะ

 

หากไม่เข้าคอร์ส ไม่อยากทานผลไม้อย่างเดียว ไม่ต้อง detox แค่อยากดูแลตัวเองด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดทำยังไง?


สิ่งที่เพื่อนๆทำได้คือ 

  • ทานอาหารด้วยสติ เน้นอาหารที่มีประโยชน์ อะไรที่รู้ว่าไม่ได้ก็เลี่ยง หากอยากทานก็ทานน้อยๆ
  • เคี้ยวอาหารให้ละเอียด จะได้ไม่เป็นภาระแก่ลำไส้
  • ทานผัก ผลไม้สดให้เยอะ หั่นสด ปลอกสด อย่าทำอาหารแล้วเก็บไว้ในตู้เย็น ธรรมชาติบำบัดเชื่อในพลังสด เขาเชื่อว่าตู้เย็นคือตู้เก็บศพ คือเก็บอาหารที่ไม่มีชีวิตแล้ว (บ้านเมย์โดนเต็มๆ หั่นผลไม้เก็บไว้หลายกล่อง)
  • ทานอาหารฤทธิ์เย็นบ่อยๆ (http://foodmorkeaw.blogspot.com/p/blog-page.html)
  • ตั้งใจทานอาหาร อย่าทำอย่างอื่นไปด้วย เพราะการที่เราเคี้ยวไม่ละเอียด หรือไม่ตั้งใจทาน อาจเป็นเหตุผลให้เราท้องอืดหรือมีลมในท้อง
  • รักร่างกายเราให้มากๆ ใช้ใจดู ใช้ใจสังเกต อย่าใช้การเอาชนะ หรือความอยากลด อยากผอม สำคัญมากว่าเราต้องฟังเสียงร่างกายเรา
  • เลี่ยงการทานยาเคมี เวลาปวดหัว หรือปวดตัวก็ใช้วิธีแบบธรรมชาติบำบัด / ทานน้ำฟัก หรือหยวกกล้วยเพื่อปรับสมดุล / ดื่มน้ำมะพร้าว และย่านางเป็นประจำ / หาเวลาแช่เท้า แช่สะโพก หรือแช่หลัง มันสบายมากกกก
    เมย์รวบรวมเทคนิคต่างๆไว้ในอัลบั้มนี้ (https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1431797113567680.1073741873.443082489105819&type=1&l=c366b6fdb0)

หลังจากนี้เมย์จะใช้ชีวิตยังไง จะไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ทานยา ไม่ไปโรงพยาบาลแล้วเหรอ

เมย์คิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้เจอธรรมชาติบำบัดก่อนที่จะเป็นโรค หลังจากนี้ เมย์ก็ยังคงจะทานผักผลไม้สดเยอะๆต่อไป (จริงๆเยอะตั้งแต่ก่อนเข้าแล้ว) หลักๆคือจะเปลี่ยนวิธีการเก็บอาหาร ปรุงอาหาร ใช้ข้องท้องถิ่นและตามฤดูกาลมากขึ้น ยังจะทานเนื้อสัตว์บ้าง แต่จะพยายามทานตอนอยู่กับคนอื่น หากทานที่บ้าน หรือทานคนเดียว จะเน้นการทานโปรตีนและไขมันดีจากพืชเพื่อให้ร่างกายได้พัก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องสังเกตุร่างกายดู ส่วนเรื่องโรงพยาบาล เมย์คิดว่ายาเทคโนโลยี และแพทย์สมัยใหม่ก็มีประโยชน์และข้อดีของมัน คือการตรวจโรคและเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน แต่หากเป็นเรื่องไม่ฉุกเฉินเช่นผวดท้อง ปวดหัว พื่นขึ้น เมย์คงจะใช้ความรู้ที่ได้เรียนมาค่ะ

ย่าวไปหน่อย แต่ตั้งใจเขียนจริงๆ  หวังว่าโพสท์นี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆไม่มากก็น้อย แล้วอย่าลืมช่วยแชร์เพื่อแบ่งปันประโยชน์และเป็นกำลังใจให้เมย์น้า

Reviews

There are no reviews yet.

Be the first to review “Review คอร์ส 4 วัน 3 คืน ธรรมชาติบำบัด”

Your email address will not be published. Required fields are marked *