MS In Italy : Surprise & Pompeii ❤

Print Friendly, PDF & Email

สวัสดีค่ะ

หายไปนานเลยแต่หลังจากที่ได้เกริ่นไปใน post ที่แล้วว่านิยามความเป็น MS’HappyDiet ของเมย์คือการทำให้ตัวเรามีความสุขซึ่งแน่นอนจะต้องมีมากกว่าการทานอาหารที่ดีแต่ยังต้องรวมไปถึงการดูแลตัวเองทั้งทางด้านร่างกายและความคิดเมย์จึงอยากจะมาแชร์ทริปการเดินทางล่าสุดของเมย์พร้อมทั้งชวนเพื่อนๆให้ได้ท่องเที่ยวในอิตาลีพร้อมทั้งยังได้เรียนรู้เรื่องอาหารการกินและแง่คิดต่างๆจากการเดินทางโดยเมย์แบ่งออกเป็น 5 ตอนขอแอบโม้ไว้ก่อนว่ามีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเยอะเชียว =P

MS in Italy : Part 1 : Pompeii

ทริปนี้ของเมย์เริ่มต้นขึ้น ณ กรุงโรมค่ะโดยคราวนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้ลงไปเที่ยวทางตอนใต้ของอิตาลี ได้ยินมาหลายครั้งว่านอกจากจะวิวสวยมากแล้ว อาหารก็ยังสดอร่อยแบบหาที่ไหนเปรียบได้ยาก

มาอิตาลีนับสิบครั้งเพราะต้องมาทำงาน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ลงเครื่องที่โรม โอ้โฮได้เรื่องกระเป๋าเดินทางไม่มาด้วยค่ะ! รอแล้วรอเล่าสุดท้ายได้ไปแจ้งเรื่องกระเป๋าหาย ที่เซ็งไม่ใช่อะไร แต่เพราะทริปนี้ตั้งสิบกว่าวัน จัดชุดมาเต็มที่ให้เข้ากับเมืองต่างๆ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเหมือนมี sense เดินทางคราวนี้มีการใส่เดรส เครื่องสำอาง รองเท้าแต ะและหมวกถึง 3 ใบไว้ในกระเป๋า carry on! เลยได้ลุคแรกออกมาเหมือนอย่างที่เห็นในรูปค่ะ

เพื่อนๆแปลกใจว่าทำไมอารมณ์ดีเร็วจัง

Lesson 1: อยู่ๆก็มีความคิดที่จะอยู่กับปัจุบัน อย่าเอาเหตุการณ์ภายนอกมายึดติดมากระทบจิตใจเรา กระเป๋าไม่มาไม่ใช่ความผิดเรา ทำไมจะต้องมาทำให้เราอารมณ์เสียหมดสนุกกับทริปพักผ่อน เราทำเรื่องตาม process แล้วค่อยไปแก้ปัญหาตามขั้นตอนดีกว่า คิดได้ก็หายเซ็งตื่นเต้นกับการเดินทางได้ต่อไป

เคลียร์เรื่องกระเป๋าเสร็จก็ถึงเวลาออกเดินทาง โดยเราได้เช่ารถจิ๋วแบบ smart car เพื่อที่จะขับลงใต้ไปแวะที่ Pompeii และต่อไปข้างคืนที่ Sorrento ​(มีเคล็ดลับเล็กๆว่าหากเรามีเพื่อนร่วมทริปที่อายุเกิน 25 ปี ให้เขาเป็นคนเช่ารถเราก็จะสามารถประหยัดค่าประกันไปได้เยอะเลยค่ะ)

ขับรถซัก 2 ชั่วโมง 45 นาทีเราก็เดินทางมาถึงเมือง Pompeii เพื่อนๆเคยดูหนังไหมคะ เรื่องที่ภูเขาไฟระเบิดแล้วไฟไหม้ทั้งเมือง วันนี้เมย์เลยถือโอกาสแวะทานอาหารเที่ยงและดูซากเมืองที่เห็นแล้วน่าใจหาย เห็นในรูปตามประวัติศาสตร์ดูใหญ่โตมีผู้คนมากมายแต่มาเห็นของจริงที่เหลือแต่ซากและอดีต แถมตัวเมืองก็ค่อนข้างเงียบ การแวะเมืองนี้เลยได้บทเรียนเตือนใจอันที่สองนั่นก็คือ

Lesson 2: ไม่มีอะไรอยู่ได้ตลอดกาล และอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่มีใครทราบเพราะฉะนั้นเราควรจะใช้ทุกวันของเราให้มีความสุขที่สุด

อาหารเที่ยงเราแวะทานที่ร้านอาหารง่ายๆแบบที่เขาเรียกว่า Trattoria ร้านนี้ชื่อ Add’u Mimi โดยเมนูจะเน้นที่วัตถุดิบทำเอง หรืออะไรที่หาได้ในพื้นที่ อย่างจานเรียกน้ำย่อยของเขาคือ Bruschetta หรือขนมปังโฮมเมดปิ้งกรอบๆ ราดด้วยมะเขือเทศคลุกน้ำมันมะกอก พริกไทย เกลือและใบโหระพา โอ้โหจานง่ายๆ แค่นี่แต่อร่อยสดชื่นมาก เอาเป็นว่าอร่อยที่สุดในทุกมื้อที่เมย์ทานในทริปนี้เลย อีกจานที่เด็ด คือสลัด เพราะนอกจากผักสดๆแล้วเมย์ยังได้ทานมะกอกสด (ส่วนมากได้ทานแต่แบบดอง) มะเขือเทศหวานๆ กับชีส mozzarella แบบโฮมเมดแค่ราดน้ำมันมะกอกก็อร่อยมากแล้ว เข้าใจว่าวัตถุดิบทุกอย่างเขาใช้เฉพาะอันที่ผลิตสดๆในเมืองนี้เท่านั้น นอกจากนี้เรายังทานหอยลายผัดซอสมะเขือเทศ ที่ถึงแม้ตัวไม่ใหญ่แต่สดและหวานมาก พาสต้าเส้นสดก็อร่อยและซึมซับเข้าไปในตัวเส้นเป็นอย่างดีเมย์ถือว่าอาหารอิตาเลียนเป็น clean food เพราะเมนูเขาเน้นการใช้วัตถุดิบสดใหม่จากธรรมชาติมีการปรุงแต่งน้อยเน้นให้ได้ลิ้มรสชาติของวัตถุดิบนั้นๆโดยไม่ต้องมีตัวช่วยจากซีอิ้วน้ำปลาผงชูรสที่ทานไปก็กลบรสชาติอาหารจริงๆซะหมดค่ะ

ทานอาหารเสร็จเราก็ได้เดินเที่ยวใน Pompeii จนเย็นจากนั้นก็ได้ขับรถลงใต้มุ่งหน้าสู่ Sorrento ทริปจะเป็นอย่างไรเมย์จะมาเล่าต่อในตอนต่อไปนะคะ

———-

This content was published for Ellester, Elle Magazine Thailand : http://www.ellethailand.com/ellester_contents/detail/MS-in-ITALY-p.1-POMPEII

Leave a Reply