5 วิธีเลือกซื้อของใน supermarket และวิธีอ่านข้อมูลทางโภชนาการ

Print Friendly, PDF & Email

สวัสดีค่ะ :)

เวลาเดิน supermarket เพื่อนๆมีหลักการอะไรในการเลือกซื้อของกันเอ่ย ?

เมย์รู้นะ หลายๆคนนี่ เอาความน่าทานมาก่อนเลย packaging ไหนสวยงาม ดูน่าทานเป็นเสร็จแน่ :D

แต่หากใครอยากหุ่นสวย สุขภาพดี (และไม่อยากตกเป็นเหยื่อทางการตลาดของบริษัทต่างๆ) อย่าดูแต่หน้าซอง ข้อมูลที่สำคัญจริงๆ ซ่อนอยู่ข้างหลังค่ะ

คนส่วนมากจะเน้นดูที่แคลอรี่ แต่สำหรับเมย์ แคลอรี่ไม่ใช่ทุกสิ่ง
ของที่ทำจากวัตถุดิบแย่ๆ มีแต่สารเคมีอาจมีแคลอรี่ต่ำก็ได้ ทานไปก็เป็นโทษอยู่ดี

โดยส่วนมาก เมย์จะเน้นซื้อของสด โดยมีผัก ผลไม้ ปลา ไข่ และโยเกิร์ตเป็นหลัก
แต่หากต้องซื้อของที่ผลิตจากโรงงาน เมย์มีหลักการเลือกง่ายๆมาฝากเพื่อนๆ โดยดูจากข้อมูลทางโภชนาการ 5 ข้อนี้ค่ะ
(จริงๆแล้วฉลากโภชนาการมีข้อมูลมากมาย แต่เมย์เลือกมา 5 ข้อที่เมย์คิดว่าสำคัญและดูง่ายที่สุดค่ะ)

Nut

  1. ส่วนประกอบ : เมย์มีหลักการว่า หากเราอ่านส่วนประกอบไม่ออก หรือไม่รู้ว่ามันคืออะไร เราก็ไม่ควรทานเข้าไป เพราะขนาดเรายังไม่รู้ ร่างกายเราจะรู้ไหม เน้นของที่ทำจากวัตถุดิบเพียงไม่กี่ชนิด เช่น ซอสมะเขือเทศก็ควรทำจากมะเขือเทศ ไม่ใช่อะไรก็ไม่รู้ แทบจะหามะเขือเทศซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักไม่เจอ และพยายามเลือกอันที่ไม่ใส่ผงชูรสและสารกันเสีย เพราะทานมากๆจะสะสมเป็นสารพิษในร่างกาย
Tomato Chips

Chips รสมะเขือเทศ เอ๊ะ ไหนมะเขือเทศ (เมื่อก่อนนี่ ของโปรดเมย์เลย ตอนนี้ไปอ่านใหม่ เฮ้ย เราทานอะไรเข้าไปนี่!)

Chocolate

แน่ใจเหรอว่าซื้อ Chocolate ไม่ใช้ซื้อน้ำตาล … ที่ว่าทาน chocolate แล้วดีคือทาน cacao (คาคาว) นะคะ ไม่ใช้แบบในรูปนี้

  1. ปริมาณน้ำตาล : ในหนึ่งวันผู้หญิงเราไม่ควรทานน้ำตาลจากอาหาร โดยเฉพาะ processed foods หรืออาหารที่ผ่านกรรมวิธีจากโรงงาน เกิน 24 กรัม ไม่รวมน้ำตาลธรรมชาติที่มากับผลไม้สด คิดดู ไม่ต้องอะไร สาวๆที่ชอบทานโยเกิร์ต เพราะคิดว่าเป็นอาหารลดน้ำหนัก เลือกดูให้ดี บางยี่ห้อ บางรส 1 ถ้วยมีน้ำตาลเกือบ 20 กรัม ทานเข้าไป จะกลายเป็น cellulite หรือผิวเปลือกส้ม ตามต้นขานะคะ

Fruit Yogurt

  1. ปริมาณแคลอรี่ : อันนี้ต้องดูให้ดีว่ามีปริมาณ (serving) เท่าไหร่ ต่อ 1 ถ้วยหรือ 1 ซอง บางยี่ห้อ แคลอรี่ต่ำเชียว แต่มี 4 serving ต่อ 1 ซอง อันนี้แปลว่าเขาให้แบ่งทาน 4 ครั้งต่อ 1 ซองนะคะ ทำได้ไหมมมม
  2. ปริมาณโซเดียม : อันนี้ยิ่งต่ำยิ่งดี หลักการง่ายๆที่เมย์ใช้คือให้เทียบปริมาณโซเดียมกับจำนวนแคลอรี่ เช่นหากขนมนี้มี 100 แคล โซเดียมก็ไม่ควรเกิน 100 มก. รู้ว่าหายาก แต่ทานเค็มเยอะๆ ตัวบวมนะคะ โดยรวมแล้ว เราไม่ควรทานโซเดียมเกิน 2,300 มก. ต่อวัน มากกว่านั้นบ่อยๆ อาจเกิดความเสี่ยงเรื่องโรคไตและความดันโลหิตสูงได้และเหตุผลที่ผงชูรสไม่ดี ไม่ใช่อะไร แต่มันมีโซเดียมมากในปริมาณที่น้อย ที่เขาว่าทานผงชูรสแล้วตัวบวมก็เป็นเพราะเหตุนี้
  1. ไขมัน : เมย์ถือว่าหากไขมันไม่เกิน 20% ของแคลอรี่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่โอเค เช่น ขนมถุงนี้มี 200 แคล และมีไขมันไม่เกิน 40 กรัม โดยรวมแล้ว เราไม่ควรทานไขมันอิ่มตัวเกิน 20 กรัมต่อวัน มากกว่านั้นจะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอลได้ค่ะ

อยากให้เพื่อนๆโน๊ตเอาไว้ด้วยว่าอาหารไขมันต่ำ หรือ low fat นั้นก็ไม่ได้ดีเสมอไป ขอให้ดูตรงโซเดียมด้วย เพราะบริษัทต่างๆมักแก้รสชาติิอาหาร low fat ด้วยโซเดียม หรือน้ำตาลค่ะ

Low Fat Yogurt

โยเกิร์ตไขมันต่ำ แต่ทำไมโยเกิร์ตอะไรต้องโซเดียมสูงขนาดนั้น

เพียง 5 หลักการง่ายๆนี้ เมย์เชื่อว่าเพื่อนๆสามารถตัด “อาหาร” ที่เราเคย “หลง” คิดว่าดีไปได้เยอะเลย

เชื่อเถอะว่า หากเพื่อนๆเลือกทานตามนี้ได้ เราสามารถลดความเสี่ยงการเป็นโรคต่างๆที่มักเกิดจากการทานอาหารผิดๆได้แน่นอน
หากมีคำถามอะไร comment ไว้ หรือ LINE @mshappydiet มาถามเมย์ได้

ไว้คราวหลัง เมย์จะมาเล่าเทคนิคต่างๆที่บริษัทใช้ในการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็น low carb, low fat, fat free และอื่นๆ เพราะ option เหล่านี้ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป ลองดูนะคะ :)

ปล. หากเพื่อนๆอยากรู้หลักการอ่านข้อมูลทางโภชนาการแบบเบื้องต้น สามารถไปดูได้ที่ www.ThaiHealth.or.th ค่ะ

 

Leave a Reply